Knowledge Hub
ศูนย์ความรู้บัญชีและภาษี
สำหรับเจ้าของธุรกิจ
อัปเดตความรู้ด้านบัญชี ภาษี การปิดงบ และข้อควรรู้สำหรับ SME และบริษัทจำกัด ให้เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง
งบการเงินไม่ใช่เพียงเอกสารที่จัดทำเพื่อนำส่งราชการ แต่เป็นข้อมูลสำคัญที่สะท้อนสุขภาพของธุรกิจ การปิดงบการเงินล่าช้าจึงสร้างความเสียหายมากกว่าที่หลายคนคิด แนวทางป้องกัน สรุปการปิดงบให้ตรงเวลาไม่เพียงช่วยให้ปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ยังทำให้ธุรกิจมีข้อมูลพร้อมใช้ตัดสินใจและคว้าโอกาสได้ทันท่วงที การเริ่มต้นจัดระบบบัญชีที่ดีตั้งแต่วันนี้คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด ต้องการให้ทีมของ BP Solution and Service ดูแลบัญชี ภาษี และการสอบบัญชีให้ธุรกิจของคุณ? ทักนัดปรึกษาฟรี
ภ.ง.ด.51 คือแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล “ครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี” หรือที่เรียกกันว่า “ภาษีครึ่งปี” เป็นการชำระภาษีล่วงหน้าจากประมาณการกำไรสุทธิของทั้งรอบบัญชี เพื่อกระจายภาระภาษีไม่ให้ไปกระจุกตัวตอนสิ้นปี ใครต้องยื่น ภ.ง.ด.51บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากฐานกำไรสุทธิ ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 โดยทั่วไปบริษัทจะประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี แล้วคำนวณภาษีจากกึ่งหนึ่งของประมาณการนั้น (บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ธนาคาร และกิจการบางประเภทใช้ฐานกำไรสุทธิจริงของครึ่งปีแรก) กำหนดเวลายื่นต้องยื่นแบบและชำระภาษีภายใน 2 เดือน นับแต่วันสุดท้ายของ 6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี ตัวอย่างเช่น บริษัทที่มีรอบบัญชีตามปีปฏิทิน (1 ม.ค. – 31 ธ.ค.) ครึ่งปีแรกสิ้นสุด 30 มิ.ย. จึงต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ภายในสิ้นเดือนสิงหาคม (การยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตอาจได้รับการขยายเวลาเพิ่มเติมตามประกาศของกรมสรรพากร) บทลงโทษเมื่อประมาณการคลาดเคลื่อนจุดที่ต้องระวังที่สุดคือ หากบริษัทประมาณการกำไรสุทธิ “ขาดไปเกินกว่าร้อยละ 25” ของกำไรสุทธิจริงโดยไม่มีเหตุอันสมควร บริษัทจะต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของจำนวนภาษีที่ชำระขาด ดังนั้นการประมาณการจึงควรอ้างอิงผลประกอบการจริงและแนวโน้มธุรกิจอย่างรอบคอบ ข้อแนะนำควรเริ่มรวบรวมผลประกอบการครึ่งปีแรกและประมาณการทั้งปีตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้มีเวลาตรวจสอบความสมเหตุสมผลของตัวเลข การมีผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีช่วยคำนวณจะลดความเสี่ยงจากการประมาณการคลาดเคลื่อนและบทลงโทษได้มาก ต้องการให้ทีมของ
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax หรือ VAT) คือภาษีที่เก็บจากการขายสินค้าหรือการให้บริการในแต่ละขั้นตอนของการผลิตและจำหน่าย ปัจจุบันจัดเก็บในอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT มีหน้าที่เรียกเก็บภาษีขายจากลูกค้า และนำส่งกรมสรรพากร ธุรกิจแบบไหนต้องจดทะเบียน VATตามประมวลรัษฎากร ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการ “เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี” มีหน้าที่ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.01) ต่อกรมสรรพากร “ภายใน 30 วัน” นับแต่วันที่รายรับเกิน 1.8 ล้านบาท นอกจากนี้ ผู้ประกอบการบางประเภทสามารถเลือกจดทะเบียน VAT ได้แม้รายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์ หากต้องการเครดิตภาษีซื้อหรือเพื่อความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ หน้าที่หลังจดทะเบียน VATเมื่อจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการ VAT แล้ว ต้องปฏิบัติหน้าที่สำคัญดังนี้ ข้อควรระวังหากมีรายได้เกินเกณฑ์แล้วแต่ไม่จดทะเบียนภายใน 30 วัน อาจถูกประเมินภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม และเมื่อจดทะเบียนแล้วต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนแม้ในเดือนที่ไม่มีรายได้ (ยื่นเป็นศูนย์) มิฉะนั้นจะถือว่ายื่นล่าช้า สรุปการติดตามยอดรายได้ของกิจการอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้จดทะเบียน VAT
เจ้าของบริษัทจำกัดหลายท่านอาจสงสัยว่า ทำไมทุกปีจึงต้องมี “ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต” มาตรวจสอบและลงนามในงบการเงิน คำตอบคือ เป็นข้อกำหนดตามกฎหมายที่บริษัทจำกัดทุกแห่งต้องปฏิบัติ ข้อกำหนดตามกฎหมายตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11 กำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องจัดทำงบการเงินและนำส่งงบการเงินที่ “ผ่านการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต” โดยมีข้อยกเว้นเฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็กที่มีทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาทเท่านั้น นั่นหมายความว่า บริษัทจำกัด (และบริษัทมหาชนจำกัด) ทุกแห่ง ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ ต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบงบการเงินเสมอ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทำหน้าที่อะไรผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (Certified Public Accountant – CPA) คือผู้ที่ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี ทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของงบการเงินตามมาตรฐานการสอบบัญชี และแสดงความเห็นอย่างเป็นอิสระว่างบการเงินนั้นถูกต้องตามที่ควรหรือไม่ ซึ่งช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับงบการเงินต่อกรมสรรพากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ธนาคาร และนักลงทุน กำหนดเวลาที่เกี่ยวข้องสำหรับบริษัทจำกัด งบการเงินต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นภายใน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นรอบปีบัญชี และต้องนำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 1 เดือนนับจากวันประชุม (พร้อมนำส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นภายใน 14
เจ้าของธุรกิจ SME หลายคนมักเข้าใจว่างานบัญชีเป็นเรื่องปลายปี แต่ความจริงแล้วการจัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบ “ทุกเดือน” คือหัวใจที่ทำให้ปิดงบง่าย ยื่นภาษีตรงเวลา และลดความเสี่ยงในการถูกประเมินภาษีย้อนหลัง บทความนี้สรุปเอกสารสำคัญที่ควรจัดเก็บเป็นประจำทุกเดือน หมวดที่ 1: เอกสารด้านรายได้ (ฝั่งขาย) – ใบกำกับภาษีขาย / ใบเสร็จรับเงินที่ออกให้ลูกค้า – ใบส่งของ / ใบแจ้งหนี้ (Invoice) – รายงานภาษีขาย (สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT) หมวดที่ 2: เอกสารด้านรายจ่าย (ฝั่งซื้อ) – ใบกำกับภาษีซื้อจากผู้ขาย / ใบเสร็จค่าใช้จ่ายต่าง ๆ […]