BP Solution and Service
ยกระดับธุรกิจคุณ
ด้วยระบบบัญชีที่แม่นยำ
และการสอบบัญชี
มาตรฐานสากล
พาร์ทเนอร์ด้านบัญชี ภาษี และสอบบัญชี สำหรับ SME, Startup และบริษัทจำกัด บริหารงานโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) พร้อมประสบการณ์มากกว่า 10 ปี
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต CPA
ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี
เชี่ยวชาญ SME & บริษัทจำกัด
รักษาข้อมูลเป็นความลับ
ตรงต่อเวลา ไม่ทิ้งงาน
Pain Points
คุณกำลังกังวลเรื่องบัญชีและภาษีเหล่านี้อยู่ใช่ไหม?
ปัญหาที่เจ้าของธุรกิจมักเจอ ก่อนตัดสินใจมองหาสำนักงานบัญชีมืออาชีพ
ภาษีจ่ายแพงผิดปกติ
ไม่รู้จะวางแผนภาษีอย่างไรให้ถูกต้องและประหยัด ภายใต้กรอบของกฎหมาย
โดนสรรพากรเรียกตรวจสอบ
ได้รับจดหมายเตือนจากกรมสรรพากร แต่ไม่รู้จะรับมือและจัดเตรียมเอกสารอย่างไร
คนทำบัญชีเดิมลาออก
งานบัญชีค้าง งบการเงินไม่เสร็จตามกำหนด ไม่มีคนรับช่วงต่อ
BP Solution and Service พร้อมช่วยจัดระบบบัญชี ตรวจสอบความถูกต้อง และวางแผนภาษีให้ธุรกิจของคุณเดินหน้าได้อย่างมั่นใจ
Our Services
บริการบัญชี ภาษี และสอบบัญชีครบวงจร
ดูแลทุกขั้นตอนของงานบัญชีและภาษี โดยทีมผู้สอบบัญชีรับอนุญาตและผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี
บริการสอบบัญชี
ตรวจสอบและรับรองงบการเงินตามมาตรฐานการสอบบัญชี โดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต CPA เพื่อความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย
บริการทำบัญชี
รับทำบัญชี บันทึกรายการบัญชี ปิดบัญชีรายเดือน รายไตรมาส และรายปี ตามมาตรฐาน TFRS หรือ TFRS for NPAEs
บริการด้านภาษี
จัดทำและยื่นแบบภาษี ภ.ง.ด., ภ.พ.30, VAT และภาษีที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน ลดความเสี่ยงจากค่าปรับและภาษีย้อนหลัง
บริการที่ปรึกษา
ให้คำปรึกษาด้านบัญชี ภาษี การวางระบบเอกสาร และการวางแผนภาษีอย่างถูกต้องภายใต้กรอบของกฎหมาย
Why Choose BP ?
ทำไมธุรกิจจึงเลือก BP Solution and Service
เกินกว่าการทำบัญชี — เราเป็นพาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณวางใจในตัวเลขทุกขั้นตอน
ทีมจากอดีต Big 4
ทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์จากบริษัทตรวจสอบบัญชี Big 4 พร้อมนำมาตรฐานสากลมาใช้กับธุรกิจของคุณ
เข้าใจหลายขนาดธุรกิจ
เข้าใจทั้งธุรกิจ SME, Startup และองค์กรขนาดใหญ่ ปรับแนวทางการทำงานให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย
ตรงต่อเวลา
ให้บริการด้วยความตรงต่อเวลา และไม่ทิ้งงาน เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในทุกกำหนดส่ง
ซื่อสัตย์และเป็นความลับ
ดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส และรักษาข้อมูลทางบัญชีของลูกค้าเป็นความลับในทุกขั้นตอน
มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่วัดผลได้
ช่วยให้ลูกค้าบริหารธุรกิจได้ดีขึ้น ด้วยข้อมูลทางบัญชีที่ใช้ตัดสินใจได้จริง ไม่ใช่แค่เอกสารยื่นราชการ
พาร์ทเนอร์ระยะยาว
เป็นพาร์ทเนอร์ระยะยาวที่พร้อมเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจของคุณ ไม่ใช่เพียงผู้รับจ้างรายปี
Our Process
เริ่มต้นทำงานกับเราได้ง่ายใน 4 ขั้นตอน
โปร่งใส ชัดเจน ตั้งแต่นัดหมายครั้งแรก จนถึงรายงานผลรายเดือน
01
นัดหมายพูดคุยเบื้องต้น
รับฟังปัญหา เป้าหมาย และลักษณะธุรกิจของลูกค้า เพื่อทำความเข้าใจความต้องการอย่างแท้จริง
02
ตรวจสอบข้อมูลและประเมินงาน
วิเคราะห์เอกสาร ระบบบัญชี งานค้าง และความต้องการด้านภาษี เพื่อประเมินขอบเขตงานอย่างเหมาะสม
03
เสนอแนวทางและใบเสนอราคา
สรุปขอบเขตงาน ระยะเวลา ค่าบริการ และแนวทางการทำงานอย่างชัดเจน โปร่งใส
04
เริ่มให้บริการและรายงานผล
ดำเนินงานตามแผน พร้อมอัปเดตความคืบหน้าและให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง
knowledge hub
แหล่งเรียนรู้ บทความ และ ข่าวสาร
ภ.ง.ด.51 คือแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล “ครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี” หรือที่เรียกกันว่า “ภาษีครึ่งปี” เป็นการชำระภาษีล่วงหน้าจากประมาณการกำไรสุทธิของทั้งรอบบัญชี เพื่อกระจายภาระภาษีไม่ให้ไปกระจุกตัวตอนสิ้นปี ใครต้องยื่น ภ.ง.ด.51บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากฐานกำไรสุทธิ ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 โดยทั่วไปบริษัทจะประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี แล้วคำนวณภาษีจากกึ่งหนึ่งของประมาณการนั้น (บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ธนาคาร และกิจการบางประเภทใช้ฐานกำไรสุทธิจริงของครึ่งปีแรก) กำหนดเวลายื่นต้องยื่นแบบและชำระภาษีภายใน 2 เดือน นับแต่วันสุดท้ายของ 6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี ตัวอย่างเช่น บริษัทที่มีรอบบัญชีตามปีปฏิทิน (1 ม.ค. – 31 ธ.ค.) ครึ่งปีแรกสิ้นสุด 30 มิ.ย. จึงต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ภายในสิ้นเดือนสิงหาคม (การยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตอาจได้รับการขยายเวลาเพิ่มเติมตามประกาศของกรมสรรพากร) บทลงโทษเมื่อประมาณการคลาดเคลื่อนจุดที่ต้องระวังที่สุดคือ หากบริษัทประมาณการกำไรสุทธิ “ขาดไปเกินกว่าร้อยละ 25” ของกำไรสุทธิจริงโดยไม่มีเหตุอันสมควร บริษัทจะต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของจำนวนภาษีที่ชำระขาด ดังนั้นการประมาณการจึงควรอ้างอิงผลประกอบการจริงและแนวโน้มธุรกิจอย่างรอบคอบ ข้อแนะนำควรเริ่มรวบรวมผลประกอบการครึ่งปีแรกและประมาณการทั้งปีตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้มีเวลาตรวจสอบความสมเหตุสมผลของตัวเลข การมีผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีช่วยคำนวณจะลดความเสี่ยงจากการประมาณการคลาดเคลื่อนและบทลงโทษได้มาก ต้องการให้ทีมของ
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax หรือ VAT) คือภาษีที่เก็บจากการขายสินค้าหรือการให้บริการในแต่ละขั้นตอนของการผลิตและจำหน่าย ปัจจุบันจัดเก็บในอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT มีหน้าที่เรียกเก็บภาษีขายจากลูกค้า และนำส่งกรมสรรพากร ธุรกิจแบบไหนต้องจดทะเบียน VATตามประมวลรัษฎากร ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการ “เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี” มีหน้าที่ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.01) ต่อกรมสรรพากร “ภายใน 30 วัน” นับแต่วันที่รายรับเกิน 1.8 ล้านบาท นอกจากนี้ ผู้ประกอบการบางประเภทสามารถเลือกจดทะเบียน VAT ได้แม้รายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์ หากต้องการเครดิตภาษีซื้อหรือเพื่อความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ หน้าที่หลังจดทะเบียน VATเมื่อจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการ VAT แล้ว ต้องปฏิบัติหน้าที่สำคัญดังนี้ ข้อควรระวังหากมีรายได้เกินเกณฑ์แล้วแต่ไม่จดทะเบียนภายใน 30 วัน อาจถูกประเมินภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม และเมื่อจดทะเบียนแล้วต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนแม้ในเดือนที่ไม่มีรายได้ (ยื่นเป็นศูนย์) มิฉะนั้นจะถือว่ายื่นล่าช้า สรุปการติดตามยอดรายได้ของกิจการอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้จดทะเบียน VAT
เจ้าของบริษัทจำกัดหลายท่านอาจสงสัยว่า ทำไมทุกปีจึงต้องมี “ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต” มาตรวจสอบและลงนามในงบการเงิน คำตอบคือ เป็นข้อกำหนดตามกฎหมายที่บริษัทจำกัดทุกแห่งต้องปฏิบัติ ข้อกำหนดตามกฎหมายตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11 กำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องจัดทำงบการเงินและนำส่งงบการเงินที่ “ผ่านการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต” โดยมีข้อยกเว้นเฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็กที่มีทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาทเท่านั้น นั่นหมายความว่า บริษัทจำกัด (และบริษัทมหาชนจำกัด) ทุกแห่ง ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ ต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบงบการเงินเสมอ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทำหน้าที่อะไรผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (Certified Public Accountant – CPA) คือผู้ที่ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี ทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของงบการเงินตามมาตรฐานการสอบบัญชี และแสดงความเห็นอย่างเป็นอิสระว่างบการเงินนั้นถูกต้องตามที่ควรหรือไม่ ซึ่งช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับงบการเงินต่อกรมสรรพากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ธนาคาร และนักลงทุน กำหนดเวลาที่เกี่ยวข้องสำหรับบริษัทจำกัด งบการเงินต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นภายใน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นรอบปีบัญชี และต้องนำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 1 เดือนนับจากวันประชุม (พร้อมนำส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นภายใน 14
เจ้าของธุรกิจ SME หลายคนมักเข้าใจว่างานบัญชีเป็นเรื่องปลายปี แต่ความจริงแล้วการจัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบ “ทุกเดือน” คือหัวใจที่ทำให้ปิดงบง่าย ยื่นภาษีตรงเวลา และลดความเสี่ยงในการถูกประเมินภาษีย้อนหลัง บทความนี้สรุปเอกสารสำคัญที่ควรจัดเก็บเป็นประจำทุกเดือน หมวดที่ 1: เอกสารด้านรายได้ (ฝั่งขาย) – ใบกำกับภาษีขาย / ใบเสร็จรับเงินที่ออกให้ลูกค้า – ใบส่งของ / ใบแจ้งหนี้ (Invoice) – รายงานภาษีขาย (สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT) หมวดที่ 2: เอกสารด้านรายจ่าย (ฝั่งซื้อ) – ใบกำกับภาษีซื้อจากผู้ขาย / ใบเสร็จค่าใช้จ่ายต่าง ๆ […]